สำหลับหลายๆคนในยุคนี้นั้นร้านกาแฟอาจจะเป็นจุดมุ่งหมายในการไปเที่ยว ทั้งการไปเที่ยวต่างจังหลัดและไปเที่ยวต่างประเทศด้วย เพราะในยุคที่ร้านกาแฟขึ้นเยอะกว่าดอกเห็ด ทำให้ไลฟ์สไตล์ในการท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบันก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

เพราะการไปคาเฟ่ก้ถิว่าเป็นการไปท่องเที่ยวเช่นกัน แต่เป็นการท่องเที่ยวแบบชิคๆ เน้นการดื่มกาแฟมากกว่าที่จะออกไปเดินเหินในสถานที่ต่างๆนั่นเอง และสิ่งที่บ่งบอกถึงความชิคในการไปท่องเที่ยวร้านกาแฟก็คือรูปถ่ายนั่นเอง ซึ่งการไปร้านกาแฟนั้นถาหากเรามีการเลือกร้านที่มีการตกแต่งและมีสไตล์เป็นของตัวเองนั้นแน่นอนว่ารูปถ่ายที่ออกมานั้นจะสวยและมีความพิเศษนั่นเอง

ร้านกาแฟหรือคาเฟ่ส่วนใหญ่นั้นทั้งในประเทศและต่างประเทศถือว่าค่อนข้างมีความแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่นคาเฟ่ในประเทศเกาหลี ถือว่าเป็นคาเฟ่ที่มีการตกแต่งในสไตล์ที่แกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนั้นคาเฟ่ในเกาหลีจะเน้นเป็นการตกแต่งที่เป็นแนวมินิมอลหรือบางแห่งก็เน้นความสวยหรูลังการไปเลย แต่น้อยมากที่จะเจอคาเฟ่ที่ตกแต่งสวยหรู เพราะคนเกาหลีนั้นเป็นคนที่ชอบอะไรที่เรียบง่ายทั้งเสื้อผ้าหน้าผมและรวมถึงคาเฟ่ที่ไปนั่งด้วยนั่นเอง และส่วนใหญ่นอกจากการตกแต่งแนวมินิมอลที่เรียบและน่ารักแล้วนั้นก็มีจะมีการตกแต่งโดยเน้นสีขาว

เพราะเมื่อเวลาถ่ายรูปออกมาแล้วนั้นจะทำให้ดูมีความพิเศษมากขึ้นเลยทีเดียว นอกจากตัวร้านที่สามารถเรียกลูกค้าได้เป็นอย่างดีแล้วนั้นเรื่องเครื่องดื่มอาหารขนมก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ประเทศเกาหลีนั้นจะค่อนข้างให้ความสำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน โดยร้านส่วนใหญ่นั้นจะมีเครื่องดื่ม อาหารและขนมที่เป็นเอกลักษณ์หรือเป็นสัญลักษณ์ว่าถ้ามาร้านนี้แล้วนั้นไม่สั่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าไม่ไม่ถึงเลยทีเดียวและคนเกาหลีส่วนใหญ่ก็จะให้ความสำคัญของเมนูแนะนำอย่างมาก เหมือนพวกเขาเหล่านี้มาคาเฟ่นี้เพื่อดื่มหรือทานสิ่งนี้นั่นเอง

นอกจากนี้แล้วนั้นถ้าอยากมาเที่ยวและจำลองเป็นคนเกาหลีแล้วละก็สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือการแต่งตัวให้กลมกลืนและทันแฟชั่นของเกาหลีนั่นเอง หรือถ้าหากไปกับเพื่อนหรือกับแฟนก็ควรแต่งตัวที่เป็นธีมเดียวกันเพื่อเพิ่มความเก๋และความชิคในการถ่ายรูปนั่นเอง และการไปเที่ยวคาเฟ่นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถช่วยให้เราผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีที่สำคัญไม่เหนื่อยด้วย

ถือว่าได้ไปเปลี่ยนสถานที่ในการจิบกาแฟและนั่งชมเหล่าอนนี่อปป้าไปพลางก็เพลินตาดีเหมือนกันนะ แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวกเดินทางไปเกาหลีก็สามารถหาร้านในประเทศไทยได้ซึ่งมีร้านสไตล์เกาหลีอยู่เยอะมากเช่นกันโดยเฉพาะในกรุงเทพ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  holiday palace

นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดปี มีสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตแบบชาวไวกิ้งที่สืบทอดต่อกันมาจากอดีต หลายคนอาจจะคิดถึงเมืองใหญ่ๆ เช่น เมืองออสโลหรือเมืองทรอมโซ แต่วันนี้ เราจะพาทุกไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวอีกเเห่งนอกตัวเมืองนั้นคือ หมู่บ้าน Reine หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดและสวยงามที่สุดของประเทศนอร์เวย์ บอกเลยเเค่เห็นภาพก็รู้สึกอยากจะไปสัมผัสวิวทิวทัศของที่นั้นจริงๆเลยทีเดียว

หมู่บ้านชาวประมง Reine เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์และเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten) ในมณฑลนูร์ลันด์ อาณาเขตของหมู่บ้านตั้ง อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ บริเวณเหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิลล้อมรอบด้วยเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี และถึงแม้จะอยู่เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล แต่ภูมิอากาศกลับไม่ได้หนาวจัดอย่างที่คิดเอาไว้เหมือนที่อื่น เเต่กลับมีภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี แม้ในฤดูหนาวก็จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า -5 องศาเซลเซียสเท่านั้น เเละในฤดูร้อนอุณหภูมิก็จะไม่เกินไปกว่า 15 องศาเซลเซียส

หมู่บ้าน Reine เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีประชากรเพียงเเค่ประมาณ300คนเท่านั้น จึงทำให้มีบรรยากาศ ที่เงียบสงบทิวทัศสวยงาม บ้านเรือนต่างทำจากไม่เเละทาด้วยสีสดใสตัดกับสีน้ำทะเลสีคราม ถึงแม้ว่าหมู่เกาะโลโฟเทนจะมีหมู่บ้านอื่นอีกหลายหมู่บ้าน เเต่ ถ้าจะให้สวยเป็นอันดับหนึ่ง ก็คงไม่พ้นหมู่บ้าน Reine ไปได้

ในเเต่ละฤดูทิวทัศความสวยงามของหมู่บ้านจะเเปลเปลี่ยนไปตามเเต่ฤดูกาล 

ช่วงฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน หมู่บ้าน Reine ฉากหลังจะเต็มไปด้วยเทือกเขาและทุ่งหญ้าเขียวขจี ตัดกับบ้านไม่หลากสีสันทำให้รู้สึกสดชื่นเเจ่มใส เเละในช่วง เดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคม สามารถเห็นปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนได้อีกด้วย

ฤดูใบไม้ร่วง เทือกเขาเเละทุ่งหญ่าที่เคยเขียวขจี ใบไม่จะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองอ่อนเเละสีน้ำตาลออกเเดงทำให้รู้สึกสวยงามในเเบบที่ต่างออกไป

เเละเมื่อถึงฤดูหนาว ทั้งเทือกเขาเเละบ้านเรือนที่สีสดใสจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ตัดกับสีสดใสของตัวบ้านทำให้ได้บรรยากาศของเมืองหิมะในหนังเลยทีเดียว เเถมในตอนกลางคืนในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคม หมู่บ้าน Reine ยังสามารถมองเห็นเเสงเหนือได้อย่างสวยงามอีกด้วย 

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลออนไลน์

อากาศร้อน ๆแบบนี้ ในตอนกลางวันเหมาะเป็นอย่างมากที่จะไปตากแอร์ที่ Café พร้อมกับจิบเครื่องดื่มเย็น ๆเพื่อเพิ่มความสดชื่น แถมด้วยบรรยากาศดี ๆที่เหมาะกับการถ่ายรูปสวย ๆเพื่ออัพลงโซเชียลต่าง ๆ แต่ในขณะนี้กรุงเทพมหานครก็มี Café เปิดขึ้นใหม่มากมายให้เลือกกันไม่ถูก บทความนี้จึงได้คัดสรร Café เด็ด ๆที่มีบรรยากาศยอดเยี่ยมมารวบรวมไว้ให้แล้วทั้งหมด 5 สถานที่

  1. Sugi Bee Garden Café Thailand เป็น Café เล็ก ๆที่อยู่ในความดูแลของโรงแรมนารายณ์ที่ตั้งอยู่ข้าง ๆกัน Café แห่งนี้อยู่ติดริมถนนสีลม ถึงบรรยากาศภายนอกร้านจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายเพราะอยู่ในย่านธุรกิจ แต่ภายในร้านนั้นให้บรรยากาศที่เงียบสงบ ออกแบบตกแต่งเป็นสีโทนขาว เหลือง รายล้อมไปด้วยต้นไม้ เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ท่ามกลางสวนเล็ก ๆ และทั้งยังเป็น Café แห่งเดียวที่นำเข้าน้ำผึ้งแท้มาจากเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยเครื่องดื่มน้ำผึ้ง อาหาร และขนมหวานในร้านนั้นก็ใช้ส่วนผสมจากน้ำผึ้งแท้จากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด
  2. บ้านขนมปังขิง Café แห่งนี้เป็นบ้านไม้โบราณที่มีอายุมากกว่าร้อยปี โดยมีการซ่อมแซมบ้านแห่งนี้ในส่วนที่ชำรุดแต่ยังคงความดั้งเดิมไว้ และเปิดเป็น Café ออกแบบสไตล์ไทยผสมกับสไตล์ฝรั่ง ตั้งอยู่ที่เขตพระนคร ด้านหลังของซอยโบสถ์พราหมณ์ เครื่องดื่ม และขนมหวานภายในร้าน เป็นขนมไทยโบราณทั้งหมด นอกจากจะได้มาลิ้มรสขนมไทยแล้ว ยังได้มาเดินชมบ้านขนมปังขิงแห่งนี้ เพราะภายในมีของเก่าแก่อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆจึงให้ความรู้สึกเหมือนเดินชมพิพิธภัณฑ์บ้านโบราณเลยทีเดียว
  3. Café ตึกแถว พัฒนาการ ตั้งอยู่ที่ถนนพัฒนาการ Café แห่งนี้ออกแบบตกแต่งเป็นสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ที่นั่งลูกค้า อุปกรณ์ที่ใช้บนโต๊ะอาหารต่าง ๆรวมไปถึงการนำของจากประเทศญี่ปุ่นจริง ๆมาตกแต่งบริเวณโดยรอบร้าน เมื่อเข้ามาที่ Café แห่งนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้ามาในร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่นสักร้านเลยทีเดียว เครื่องดื่ม และอาหารก็จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมด และยังมีรสชาติที่คล้ายกับร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่นจริง ๆด้วย 
  4. กระทรวงการคั่ว X Café at Chiang Mai ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ย่านใจกลางเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน แต่มี Café ที่พึ่งจะเปิดขึ้นมาใหม่พร้อมกับบรรยากาศแสนสงบ ออกแบบตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่เลยทีเดียว มีที่นั่งให้เลือกสรรมากมายทั้งภายนอก และภายในร้าน สำหรับผู้ที่ต้องการความเย็นสบาย และผู้ที่ต้องการบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ 
  5. Cintage Café พลาดไม่ได้เลยต้องเป็น Café แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสยามซอย 10 เป็น Café ที่มีวัยรุ่นส่วนใหญ่มากันเป็นจำนวนมาก Café แห่งนี้ออกแบบตกแต่งร้านโดยเป็นสีชมพูทั้งหมด และยังมีมุมถ่ายรูปน่ารัก ๆอยู่อีกมากมาย และที่สำคัญด้านล่างของ Café แห่งนี้ที่ชั้น 1 และชั้น 2 เปิดบริการเป็นร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น Cintage School จึงเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นในย่านนั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

แพร่  คือจังหวัดเล็กๆ ทางภาคเหนือ แพร่ คือเมืองเล็กๆ ที่หลายๆคนมองว่าเป็นทางผ่านไปไม่น่าเที่ยว แต่ถ้าหากคุณเองยังไม่เคยสัมผัส จะพบว่าแพร่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มากกว่าที่คุณคิด นอกจากี้แพร่เอง ก้ได้เป็นหนึ่งในเมืองต้องห้าม พลาด Plus ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไปแพร่ แล้วต้องไปให้ได้

1.ทะเลหมอกวัดถ้ำจักรพรรดิ์

จุดชมวิวทะเลหมอก ที่จัดได้ว่าสวยที่สุดในแพร่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ตำบลต้าผาม้อ อำเภอลองจังหวัดแพร่ เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ ที่สวยสุดยอด สามารถชมวิวทะเลหมอก แบบ 360 องศาที่ต้องพิสูจน์แรงศรัทธาด้วยการเดินขึ้นสู่ยอดพระธาตุ ด้วยบันไดประมาณ 781 ขั้น

บนภูเขาสูง ทามกลางหุบเขาสลับซับซ้อนของอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง
เป็นที่ตั้งของวัดถ้ำจักรพรรษดิ์ ตัววัดแบ่งออกเป็น 2ส่วน
-ส่วนตีนเขา เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและประกอบศาสนากิจ

-ส่วนบนเขา ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของวัด เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุ และพระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่

2.ม่อนแม่ถาง

อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวยามเช้า ที่คุณจะได้สัมผัสทุ่งปอเทือง เหลืองอร่าม และ ดอกทานตะวัน  สูดโอโซนชมทะเลหมอก ที่ปกคลุมอ่างแม่ถาง ขึ้นไปชมวิวยามเช้า ม่อนแม่ถางเป็นจุดชมวิวที่สามารถ นำมอเตอร์ไซค์และรถยนต์เดินทางไปถึงได้โดยสะดวกสบาย รวมถึงยังมีบริเวณลานที่สามารถกางเต็นท์นอนนับดาวในช่วงฤดูหนาวให้คุณฟินเวอร์เลยทีเดียว

3.คุ้มเจ้าหลวง
เป็นจวนที่พักของเจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้าย เจ้าพิริยเทพวงศ์อุดรฯ สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมสมัย ร. 5 ซึ่งมีรูปทรงขนมปังขิง ปัจจุบันเพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ “คุ้มเจ้าหลวง” ให้ประชาชนได้เข้าไปเยี่ยมชม และศึกษาประวัติและเรื่องราวในอดีตของจังหวัดแพร่ ภายในยังได้ตกแต่งด้วยสิ่งของดั่งเดิม ดังเช่นในสมัยที่เจ้าหลวงได้อาศัยอยู่ และส่วนใต้อาคารถูกใช้เป็นคุกใต้ดินในสมัยก่อน การเข้าชมในคุกใต้ดินนั้น คนเมืองแพร่มีเคล็ดอยู่ว่า อย่าเดินหน้าหันหน้าเข้าคุกแต่ให้เดินถอยหลังเข้าคุกแทน เพราะอาจจะได้เข้าคุกจริงๆในอนาคต